การเป็นแชมป์ของ‘หงส์แดง’ Stats ฟุตบอล England ตลอดกาล

“หงส์แดง” หงส์แดงลิเวอร์พูล เอฟซี ผงาดแชมป์ฟุตบอล Premier League England บอลทีเด็ดมาครองได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี และเป็นสมัยที่ 19
เป็นการรอคอยที่ยาวนานเหลือเกิน
จากผลการแข่งขันนัดนี้ ทำให้ หงส์แดงลิเวอร์พูล ผงาดแชมป์ได้อย่างแน่นอนแล้ว แม้จะเหลือเกมอีกถึง 7 เกมพร้อมกัน แต่คะแนนขาดลอย
เพราะ หงส์แดง มีคะแนนถึง 86 คะแนน ทิ้งห่าง แมนฯซิตี้ ไปไกลถึง 23 คะแนนพร้อมกัน ขณะที่เหลือคะแนนให้ล่าอีกแค่ 21 คะแนน

ขณะนี้เป็นแชมป์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์จากเกมที่เหลืออยู่ 7 นัด ทุบ Stats เดิมคือ 5 เกม ไปอย่างราบคาบ
แต่ใช้การเตะนานที่สุดเนื่องจากฤดูกาลต้องหยุดไปเพราะโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 นานกว่า 3 เดือน
ทีมของ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ โชว์ผลงานได้ยังไง้เทียมทาน ด้วยการลงเล่น 31 นัดในลีก คว้าชัยชนะได้ถึง 28 เกม เสมอไป 2 และแพ้ 1 นัด พร้อมกับทำ Stats ต่างๆ หลากหลาย
พวกเขาออกสตาร์ทชนะรวด 8 เกมแรก ก่อนจะสะดุดเกมแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยการเสมอกับ “ปีศาจแดง” ปีศาจแดง 1-1 แต่ต่อไปก็ใส่เกียร์ห้าเดินหน้าชนะอีก 18 นัด ติดต่อกันเทากับ Stats บอล England ก่อนจะออกไปพ้าย วัตฟอร์ด แบบพลิกล็อก 0-3 ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนักว่า ซีซั่นนี้จะยกเลิกเพราะโควิด-19
หลังจากเบียดชนะ บอร์นมัธ หวุดหวิด 2-1 ซีซั่นนี้ต้องยุติลงชั่วคราว และปิดยาวไปนานกว่า 3 เดือน “หงส์แดง” กลับลงสนามอีกครั้งด้วยการบุกไปเสมอ
เอฟเวอร์ตัน 0-0 เป็นการเสียคะแนนครั้งที่ 3 ของซีซั่นนี้
ล่าสุดชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 ทำให้ทีมต้องการอีก 2 คะแนน ทีเด็ดบอลสเต็ปจะเป็นแชมป์ แล้วก็จบข่าวเมื่อ แมนฯซิตี้ ไม่ผ่านสิงห์บลูทำให้แชมป์กลับมาอยู่ที่แอนฟิลด์ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ
ใช้เวลาในการรอคอยนานถึง 11,016 วัน ในรอยต่อที่รอแชมป์
l การเดินทางของ‘หงส์แดง’
อลัน แฮนเซ่น ชูถ้วยแชมป์โดยที่นักบอลหลายต่อหลายมาบอกตอนหลังว่า ไม่ได้ฉลองอะไรมากมายนัก นั่นก็เพราะว่า ช่วงนั้น หงส์แดงลิเวอร์พูล กำลังครองความยิ่งใหญ่เรื่อยๆนานกว่า 2 ทศวรรษ
ไม่น่าเชื่อว่า ต่อไปพวกเขาต้องลงสนามถึง 1,149 เกม นับตั้งแต่ได้แชมป์ครั้งสุดท้าย กว่าจะประสบความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้
อยู่ในสนามนานถึง 103,410 นาที และโอกาสใกล้เคียงต่อการเป็นแชมป์เยอะที่สุดคือซีซั่นที่แล้ว เมื่อทำคะแนนถึง 97 คะแนน แต่ยังชวดแชมป์
“หงส์แดง” เอาชนะในเกมได้ 595 นัด นับเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ และยิงได้ 1,968 ประตู หลังจากเป็นแชมป์เมื่อ 30 ปีที่แล้วใช้นักเตะไปทั้งสิ้น 239 คน โดยเป็นการซื้อตัวเข้ามาเสริมทัพ 218 คน
คนแรกคือ รอนนี่ โรเซนทาล ในราคา 1 ล้านปอนด์ และคนล่าสุดคือ ทาคูมิ มินามิโนะ 7 ล้านปอนด์ ยอดเงินในการซื้อนักเตะรวมทั้งสิ้น 1,470 ล้านปอนด์พร้อมกัน
ในช่วงเวลา 30 ปี หงส์แดง เสีย เคนนี่ดัลกลิช ที่อำลาทีมไปเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 1991ในช่วงที่กำลังบดบี้กับ อาร์เซนอล อย่างเร้าใจ
ต่อไปทีมได้ตก “หลุมดำ” อย่างยาวนาน
ใช้กุนซือประกอบด้วย แกรม ซูเนสส์, รอย เอฟแวนส์, ก่อนที่ เอฟแวนส์จะทำงานคนคู่กับ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ต่อด้วยอุลลิเย่ร์ ทำงานคนเดียว, ราฟา เบนิเตซ, รอย ฮอดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกลิช, เบรนแดนร็อดเจอร์ส และคนทุกวันนี้คือ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ
สโมสรผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอันดับร่วงไปอยู่ในโซนตกชั้นในปีฉลอง 100 ปีสโมสร ซีซั่น 1992-93 และการจะถูกยึดสิทธิ์การทีมเนื่องจากเป็นหนี้ธนาคาร เมื่อปี 2010
มีการทุบอัฒจันทร์สเปี้ยนค็อป ในปี 1994 ตามกฎหมายใหม่ของประเทศ จากเหตุการณ์ฮิลล์สโบโร่ ที่แฟนหงส์แดงลิเวอร์พูล เสียชีวิต96 คน
หากถามถึงช่วงเวลาสุดยอดที่สุด คงจะไม่พ้น การได้ครอง 3 แชมป์บอลถ้วยปี 2001, แชมป์ UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก มหัศจรรย์ อิสตันบูล ปี 2005 และแชมป์ UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก ที่มาดริด ปีที่แล้ว
ทำให้ตลอด 1 ขวบปีที่ผ่านมา หงส์แดง ผงาดได้แชมป์แบบครอบจักรวาล
เริ่มจากแชมป์ UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก หรือแชมป์ยุโรป เป็นสมัยที่ 6 ด้วยการชนะไก่เดือยทอง ต่อด้วยได้แชมป์ซูเปอร์คัพ ด้วยการชนะสิงห์บลูและไปเป็นแชมป์สโมสรโลก ด้วยการชนะ ฟลาเมงโก้ ได้แชมป์เป็นสมัยแรก ก่อนจะได้แชมป์ที่แฟนฟุตบอลรอคอยได้สำเร็จ นั่นคือ Premier League หรือลีกสูงสุด เป็นสมัยที่ 19 ของสโมสร
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระหว่างเดือนมิถุนายน 2019 มาจนถึงเดือนมิถุนายนปี 2020
l แชมป์สมัย19กับเส้นทาง Season นี้
การเป็นแชมป์ครั้งนี้ ทำให้ 7 เกมที่เหลือ หงส์แดง เอฟซี ยังมีหน้าที่ลงไปเพื่อทำ Stats ต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้ามากมาย
อาทิ การชนะในบ้านทุกนัด Season นี้ และการทำคะแนนทะลุเกิน100 คะแนน
แต่เดากันว่า เยือร์เกิน คล็อพ จะมีการสลับนักบอลลงไปเล่นพอสมควร เหตุผลก็คือ การเตรียมสู่ฤดูกาลหน้า หลายคนอาจจะใช้เวทีตรงนี้ในการต่อกรเพื่ออนาคตของตัวเอง
ถามหน่อยว่า ใครจะอยากออกจากทีมที่เป็นแชมป์
ด้วยการที่ทุกทีมลงเล่นแบบกฎนิว นอร์มอล ดังนั้นแล้วการเปลี่ยนตัวได้ถึง 5 คน จะช่วยให้นักบอลหลายคนมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง ในการเล่นแบบ “ไร้ความกดดัน” ไปแล้วของสโมสร
ซึ่งแชมป์ทั้ง 19 สมัยของ หงส์แดงลิเวอร์พูล มีดังนี้ 1900-01, 1905-06, 1921-22, 1922-23, 1946-47, 1963-64, 1965-66, 1972-73, 1975-76, 1976-77, 1978-79,
1979-80, 1981-82, 1982-83, 1983-84,1985-86, 1987-88, 1989-90 และ 2019-20
เป็นทีมที่ 7 ในยุค Premier League ที่ได้แชมป์ต่อจาก แมนฯยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น, อาร์เซนอล, เชลซี, Manchester City และเลสเตอร์ ซิตี้
สำคัญที่สุดก็คือ หงส์แดงลิเวอร์พูล ไม่ใช่แชมป์หน้าใหม่ ขณะนี้ได้แชมป์ “ลีกสูงสุด” 19 สมัย เพราะฟุตบอลไม่ได้เริ่มฤดูกาล 1992-93
แต่ฟุตบอลเริ่มมาตั้งแต่ยุคพ่อของก๋ง หรือ ซูเปอร์ก๋ง ตั้งแต่ซีซั่น 1888-89
l 24ทีมแห่ง England ผู้พิชิตแชมป์ประเทศ
เปรสตัน นอร์ธเอนด์ เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล England ที่สามารถได้แชมป์ประเทศได้สำเร็จ ในฤดูกาล 1888-89
ในยุคที่เรียกว่า ฟุตบอลลีก (FootballLeague)
ต่อไป 4 ปี เป็นการเล่นในชื่อว่าฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 หรือ Football League First Division ซึ่งทีมแรกที่เป็นแชมป์ในชื่อนี้คือ “เรือรบ” ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งทุกวันนี้คือ “แบล็คแคทส์”
เราเรียกตอนนั้นว่า ยุคที่ 2 ก็ว่าได้ แม้ว่ายุคแรกจะเริ่มมา 4 ปีเท่านั้น
ฟุตบอลดิวิชั่น 1 เตะกันมายาวนานครบ 100 ปีพอดิบพอดี และเข้าสู่ “ยุคที่สาม” นั่นคือ Premier League
ทีมสุดท้ายที่ได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ก็คือ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นหนสุดท้ายด้วยที่ “คนเมืองผู้ดี” เป็น “กุนซือ” นั่นคือ ฮาวเวิร์ด วิลกินสัน
เมื่อเข้าสู่ยุค Premier League แบบเต็มตัว “ปีศาจแดง” แมนฯ ยู คือทีมแรกที่ได้แชมป์ และครองความยิ่งใหญ่ยาวนาน จนก้าวมาเป็นทีมที่ได้แชมป์ฟุตบอลลีกเยอะที่สุด 20 สมัย เมื่อปี 2013
หงส์แดงลิเวอร์พูล ที่นำโด่งมายาวนาน แต่พอหยุดไปถึง 30 ปี มาขณะนี้ทำให้อยู่ที่ 19 สมัย
“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล อยู่ที่ 13 สมัยเป็นอันดับ 3, “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตันเป็นอันดับ 4 ได้ 9 สมัย, “สิงห์เผ่นแห่งมิดแลนด์” แอสตัน วิลล่า อันดับ 5 ได้7 สมัย ขณะที่อันดับ 6 มี 3 ทีมร่วม คือ ซันเดอร์แลนด์ กับอีก 2 ทีมยุคใหม่อย่าง “เรือใบสีฟ้า” Manchester City กับ “เชลซีส์”สิงห์สำอางทีมละ 6 สมัย
อันดับ 9 ร่วม นั่นคือ “สาลิกาดง”นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ 4 สมัยเท่ากับ “นกเค้าแมว” เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์
อันดับต่อมาคือที่ 11 มี 4 ทีม คือ “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส,“ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด, “เดอะ เทอร์เรีย” ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ และ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมละ 3 สมัย
อันดับที่ 15 มีพร้อมกัน 5 ทีม ประกอบด้วย เปรสตัน นอร์ธเอนด์, “ไก่เดือยทอง” สเปอร์, “เดอะ คาร์เร็ตต์” เบิร์นลี่ย์, “ไอ้หัวแกะ” ดาร์บี้
เคาน์ตี้ และ “ปอมปีย์” พอร์ทสมัธ
ผลบอลทุกลีกเมื่อคืนชุดสุดท้ายที่ได้ทีมละ 1 สมัย คือ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, “เดอะแบ๊กกี้ส์” เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน, “ม้าขาว”อิปสวิช ทาวน์, “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้
นี่คือบันทึกของยอดทีมแชมป์ของเมืองผู้ดีตลอดกาล………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *